| 1. |
ถาม |
ในกรณีขับรถประมาทเฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย เบื้องต้นผู้ต้องหาหลบหนีแต่ต่อมาเจ้าของรถพาผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อ พงส.แล้ว และตรวจสภาพรถคันเกิดเหตุเสร็จแล้ว สำนวนส่งฟ้องให้พนักงานอัยการแล้ว เจ้าของรถมาติดต่อขอรับรถคันเกิดเหตุคืน พงส.ไม่ยอมคืนรถคันเกิดเหตุให้กับเจ้าของรถโดยอ้างว่ายังตกลงค่าเสียหายไม่ได้ จะต้องนำเงินมาประกันรถจึงจะเอาออกไปได้ อยากทราบว่ากรณีเช่นนี้ พงส.มีอำนาจยึดรถไว้เพื่อรอคดีจนเสร็จสิ้นได้หรือไม่ |
| |
| |
ตอบ |
ตาม ป.ระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี บทที่ 3 ข้อ 505 มีหลักเกณฑ์การพิจารณาในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองร้องขอรถคืนจากการที่ถูกยึดไว้ ดังต่อไปนี้
1. เมื่อพนักงานสอบสวนได้จัดการเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์รถของกลางในทางคดีเสร็จแล้ว
2. มีหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องขอรับรถคืนเป็นเจ้าของที่แท้จริงหรือเป็นผู้ครอบครองรถโดยชอบด้วยกฎหมาย
3. เมื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. เจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ปกปิดช่วยเหลือผู้ขับรถของตนให้พ้นจากการจับกุมแต่ได้กระทำการใดๆ อันแสดงว่าได้พยายามช่วยเหลือเพื่อให้พนักงานจับกุมคนขับขี่ที่หลบหนีเช่น ได้นำเอกสารหลักฐานอันสำคัญที่น่าเชื่อว่าเป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุแล้วหลบหนีไปจริงและ
2. เจ้าของหรือผู้ครอบครองได้ช่วยเหลือและได้บรรเทาผลร้าย เช่น ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ ค่าเสียหายจนผู้เสียหายพอใจแต่ในกรณีที่ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายเกินสมควรจนเห็นได้ชัด ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้พอสมควรแล้ว แม้ผู้เสียหายยังไม่พอใจหรือไม่ยอมรับก็อาจคืนรถให้ไปได้
ตามคำถาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตกลงค่าเสียหายที่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น ทางเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้พอสมควรแล้วหรือไม่ถึงแม้ผู้เสียหายยังไม่พอใจหรือไม่ยอมรับก็อาจคืนรถให้ไปได้ |
| |
| 2. |
ถาม |
เหตุในการออกหมายจับ กรณีก่ออันตรายประการอื่นมีอะไรบ้าง? |
| |
| |
ตอบ |
กรณี "ก่ออันตรายประการอื่น" ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 66 อนุ 2 ตอนท้าย นั้น
เรื่องนี้ขอให้ดู ป.อาญา มาตรา เทียบเคียงนะครับ
มาตรา 46 ถ้าความปรากฏแก่ศาลตามข้อเสนอของพนักงาน อัยการว่าผู้ใดจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของ ผู้อื่นก็ดี ในการพิจารณาคดีความผิดใด ถ้าศาลไม่ลงโทษผู้ถูกฟ้อง แต่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องน่าจะก่อเหตุร้าย ให้เกิดภยันตราย แก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นก็ดี ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งผู้นั้นให้ ทำทัณฑ์บน โดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่าห้าพันบาท ว่าผู้นั้นจะ ไม่ก่อเหตุดังกล่าวแล้วตลอดเวลาที่ศาลกำหนด แต่ไม่เกินสองปี และ จะสั่งให้มีประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
ถ้าผู้นั้นไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจ สั่งกักขังผู้นั้นจนกว่าจะทำทัณฑ์บนหรือหาประกันได้ แต่ไม่ให้กักขัง เกินกว่าหกเดือน หรือจะสั่งห้ามผู้นั้นเข้าไปในเขตกำหนดตาม มาตรา 45 ก็ได้
การกระทำของเด็กที่มีอายุยังไม่เกินสิบเจ็ดปี มิให้อยู่ในบังคับแห่ง บทบัญญัติตาม มาตรานี้
ส่วนตัวอย่างก็คงต้องรอแนวทางคำพิพากษาฎีกาในเรื่องนี้ต่อไป |
| |
| 3. |
ถาม |
มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง มารดาอยู่ระฉาน ซึ่งไม่มีสัญชาติ แต่ได้เข้ามาอาศัยกับญาติในจว.เชียงใหม่เมื่อปี 2538 แต่ก็ได้ทำการที่กฎหมายกำหนด คือทำขอใบอนุญาตอาศัยในไทยทุกปี จึงจะขอถามว่า คนต่างด้าวในลักษณะนี้จะมีโอกาสได้โอนเป็นสัญชาติไทยในลักษณะใดได้บ้างคะ ขอบคุณมากค่ะ |
| |
| |
ตอบ |
ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม ปี พ.ศ. 2535
"คนต่างด้าว" หมายความว่า ผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย
มาตรา ๑๐ คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้
(๑) บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทย และกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ
(๒) มีความประพฤติดี
(๓) มีอาชีพเป็นหลักฐาน
(๔) มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
(๕) มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกระทรวง
มาตรา ๑๑ บทบัญญัติในมาตรา ๑๐ (๔) และ (๕)มิให้นำมาใช้บังคับ ถ้าผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
(๑) ได้ความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทย หรือได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ทางราชการซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร
(๒) เป็นบุตรหรือภริยาของผู้ซึ่งได้แปลงสัญชาติเป็นไทย หรือของผู้ได้กลับคืนสัญชาติไทย
(๓) เป็นผู้ได้เคยมีสัญชาติไทยมาก่อน
มาตรา ๑๒ ผู้ใดประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกระทรวงถ้าผู้ประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามวรรคหนึ่งมีบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย และบุตรนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยอาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่บุตรพร้อมกับตนได้ โดยบุตรนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐ (๑) (๓) (๔) และ (๕)
การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย ให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรอนุญาตให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้ผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยปฏิญาณตนว่า จะมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย
ผู้แปลงสัญชาติเป็นไทยชอบที่จะขอหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทยได้
ค่าธรรมเนียม
(๑) คำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท
(๒) คำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยสำหรับบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้แปลงสัญชาติเป็นไทยคนหนึ่งครั้งละ ๒,๕๐๐ บาท
(๓) หนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทยฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๔) ใบแทนหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทยฉบับละ ๕๐๐ บาท
(๕) คำขอกลับคืนสัญชาติไทยครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท
(๖) คำขออื่น ๆ ฉบับละ ๕ บาท
ดังนั้น ควรสอบถามฝ่ายปกครอง(อำเภอ) ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปครับ
|
| |
| 4. |
ถาม |
ผมขับรถมาในทางโทอยู่กลางสี่แยกมีรถทางเอกวิ่งมาชนด้านข้างข้อนไปทางประตูท้ายด้านหลังพนักงานสอบสวนบอกว่าผมเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากผมมาทางโท ผมงงมากเพราะว่าเป็นสามัญสำนึกของทุกคนที่ขับรถถึงทางร่วมทางแยกพล้อมกันหรือไกล้เคียงกันต้องหยุดรถเพื่อความปรอดภัยทั้งสองฝ่ายแล้วให้รถทางเอกไปได้ก่อนรถทางโทก็ต้องรอแต่ผมมาถึงทางร่วมทางแยกก่อนเขาดูระยะห่างจากเขากว่า 15 เมตรจนผมนั้นขับไปถึงกลางแยกแล้วดังนี้รถทางเอกจะต้องเห็นแล้วก็ต้องสมควรหยุดให้ผมผ่านไปก่อนแต่เขาไม่หยุด ดูจากสถาพการชนข้อนข้างแรงประตูหลังออกไปทางท้ายแสดงว่าใช้ความเร็วข้อนข้างมากแทนที่จะชลอเพื่อความปรอดถัยดังนี้ พงส.บอกว่าผมประมาทเนื่องจากไม่หยุดก่อน ทั้งที่ผมมาถึงทางแยกก่อนจนรถผมอยู่ที่กลางแยกแล้วช่วยตอบผมหน่อยว่า ใครสมควรประหมาท และข้อกฏหมายกรณีทางร่วมทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟเป็นอย่างไร ขอชัดเจนแบบไม่ต้องตีความ |
| |
| |
ตอบ |
ความเห็นของพนักงานสอบสวนถูกต้องแล้ว
ส่วนใครจะมาทนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องนำสืบหักล้างให้ศาลเห็น |
| |